รณรงค์ป้องกันหนี้

รณรงค์ป้องกันหนี้

  • เมื่อไหร่เราจะรวย? คำถามที่แทบจะเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับหนุ่ม-สาวออฟฟิศกับชีวิตการทำงานที่แสน จะอาภัพ เพราะใช้เงินเดือนชนเดือน ชักหน้าไม่ถึงหลังตลอด ไร้เงินเก็บในบัญชียังไม่พอ รายจ่ายยังยาวเป็นหางว่าว ทั้งค่าบ้าน ค่ารถ ค่าน้ำมัน ค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรเครดิต นี่ยังไม่นับรวมไลฟ์สไตล์ตามเทรนด์แบบคนเมือง ที่ใครเขาเห่ออะไรใหม่ก็ขอมีด้วยคน กินข้าวมื้อหรู กาแฟแก้วละเกือบ 200 บาท หนังโรงเรื่องเด็ดไม่เคยพลาด ไหนจะค่าทำหน้า ทำผม ทำผิวอีกสารพัด สุดท้ายก็ตกอับ นั่งซดมาม่าไปพลางๆ ก่อนสิ้นเดือน "คนที่เพิ่งจะเริ่มต้นเข้าทำงานใหม่ หรือที่ทำงานมาสักระยะควรจัดระบบความคิดทั้งหมดใหม่ ... ให้ความสำคัญมากที่สุดกับการใช้ช่วงเวลาและเงินออมในช่วงที่ยังมีเรี่ยวมีแรงทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด" ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง หันมาบริหารการเงินอย่างชาญฉลาด โดยเฉพาะคนที่เพิ่งจะเริ่มต้นเข้าทำงานใหม่ หรือที่ทำงานมาสักระยะ คุณควรจัดระบบความคิดทั้งหมดใหม่ และให้ความสำคัญมากที่สุดกับสิ่งที่สำคัญที่สุดจริงๆ ซึ่งก็คือการใช้ช่วงเวลาและเงินออมในช่วงที่ยังมีเรี่ยวมีแรงทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เวลาที่เหมาะสมที่สุดที่เราจะต้องเริ่มก็คือวันนี้และเดี๋ยวนี้ แล้วเราควรจะบริหารรายได้ก้อนแรกจากการทำงานปีแรกอย่างไรจึงจะถูกต้อง?   จดบันทึกรายรับ-รายจ่าย จดสิ่งที่เราซื้อทุกอย่างลงไป เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนจนถึงวันที่ 7 และให้นับเป็น "รอบที่ 1" จนครบเดือนแล้วค่อยมาสรุปว่าเราใช้จ่ายไปมากน้อยเท่าไหร่ ใช้มากเกิน หรือยังพอเหลือเก็บ เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ คือให้คำนวณรายจ่ายตายตัวในแต่ละเดือนไปเลย เช่น ค่าเดินทางไป-กลับระหว่างบ้านกับที่ทำงาน ค่าอาหารในแต่ละมื้อ ค่าซื้อของใช้จำเป็น นำมาหารเฉลี่ยรวมกันว่าภายในหนึ่งเดือนควรใช้เท่าไหร่   ทำปฏิทินหนี้สิน หากต้องผ่อนชำระสินค้าต่างๆ อย่าลืมทำตารางกำหนดวันจ่ายค่างวด หรือดอกเบี้ยเอาไว้ด้วย โดยอาจจะจดไว้ที่ปฏิทิน บันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือ หรือจดเพิ่มเติมไว้ในสมุดบันทึกรายรับ-รายจ่ายด้วยเลยก็ได้ ช่วยกันลืม และกันเงินไว้จ่ายให้ตรงตามกำหนด เพื่อกันการเสียดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้นโดยไม่จําเป็นเพราะจ่ายไม่ตรงเวลานั่นเอง เริ่มต้น "ออมเงิน" หลักการง่ายๆ ที่หลายคนทราบกันดี (แต่ทำไม่ค่อยจะได้) คือต้อง "ออมก่อนใช้" โดยแบ่งเงินออมไว้อย่างน้อย 10% ของรายได้ เช่น เงินเดือน 15,000 บาท ให้กันเงินออมออกมาทันที 1,500 บาท ใครกลัวจะอดใจไม่ไหว พอเงินเดือนออกปุ๊บ แนะนำให้ตัดบัญชีอัตโนมัติเข้าบัญชีเงินฝากประจำไปเลย หรือใช้เทคนิคสำหรับหนุ่ม-สาวออฟฟิศป้ายแดงที่อดใจได้ยากยิ่ง เพียงออมเงินวันละ 20 บาท หยอดใส่กระปุกทุกวัน เมื่อครบหนึ่งเดือนก็นำไปฝากธนาคาร ภายในเวลาหนึ่งปีเราจะมีเงินเก็บ 7,200 บาท และหากเราออมแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบ 15 ปี ลองคิดดูสิว่าเราจะมีเงินเก็บเพิ่มเป็นเท่าไหร่...บอกให้ก็ได้ 108,000 บาทเท่านั้นเอง! ทำให้เงินที่นอนอยู่นิ่งๆ นั้น "งอกเงย" เคยได้ยินประโยคที่ว่า "ทำงานอย่างเดียว ไม่ลงทุน ไม่มีวันรวย" กันบ้างไหม คนหนุ่ม-สาววัยเริ่มต้นทำงานจึงต้องเริ่มวางแผนให้เงินทำงานแทนให้เร็วที่สุด เพื่อต่อยอดจากเงินที่ออม โดยแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาใช้ในการลงทุนรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น กองทุน ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ หรือพันธบัตร เพื่อทำให้เงินงอกเงย ซึ่งก็คือดอกเบี้ย และเงินปันผล หากเพิ่งเริ่มลงทุนและไม่อยากเสี่ยงก็อาจเลือกเพียงฝากประจำปลอดภาษี กองทุนตลาดเงิน หรือซื้อพันธบัตรและสลากออมสิน หากเราผ่านจุดเสี่ยงน้อยมาแล้วอยากอัพสกิลก็ลองกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมประเภทตราสารหนี้ หรือกองทุนทองคำ สุดท้ายเมื่อมีความชำนาญในเรื่องการลงทุนต่างๆ และต้องการให้เงินงอกเงยเยอะๆ (แต่ก็เสี่ยงสูงมาก) ต้องกระโดดไปเล่นหุ้น กองทุนรวมระยะยาว หรือกองทุนเปิดต่างๆ กับสถาบันทางการเงินที่เชื่อถือได้ เป็นต้น แต่อย่าลืมว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง เพราะฉะนั้น ต้องศึกษารายละเอียดให้เข้าใจอย่างถ่องแท้และถี่ถ้วนที่สุด วางแผนกับภาษี มีรายได้มากขึ้น ภาระภาษีก็ย่อมสูงขึ้นด้วย เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากเสียภาษีรายปีเป็นเงินหลักหมื่น หรือหลักแสนกันแน่ๆ การวางแผนภาษีเป็นวิธีที่จะช่วยให้เราจ่ายภาษีน้อยลงได้ โดยเครื่องมือในการลดหย่อนภาษีที่น่าสนใจมีทั้งกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือประกันชีวิต เตรียมศึกษาข้อมูลให้ดี บริหารเงินส่วนที่เหลือ หนุ่ม-สาวออฟฟิศทั่วไปมักไปกิน ไปเที่ยว หรือไปจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าสนอง "need" กันทันทีที่เงินเดือนออก หรือตอนต้นๆ เดือน แล้วพอปลายเดือนค่อยมานั่งซดมาม่าอย่างเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย วิธีที่ถูกคือพอเงินเดือนออกปุ๊บให้เก็บเป็นเงินออมก่อน แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายประจำเดือนก่อน แล้วเหลือเท่าไหร่ ตอนปลายเดือนค่อยเอาไว้กิน-เที่ยว-ช้อปปิ้งเท่านั้น ที่มา : https://www.krungsri.com/bank/th/plearn-plearn/be-money-smart-from-your-first-year.html  
  •   การสมัครบัตรกดเงินสดเป็นไปเพียงเพื่อนำเงินสดมาใช้ กับเพื่อเสริมสภาพคล่องทางด้านการเงินในยามจำเป็นก็ไม่ถือเป็นเรื่องที่เสียหาย แต่ก็ต้องมั่นใจด้วยว่าสามารถที่จะทำการนำมาชำระคืนได้ในเวลาอันรวดเร็ว กลับมาต่อกันถึงเรื่องของการเป็นหนี้บัตรกดเงินสด ซึ่งจากที่ได้กล่าวไว้ในซีรีส์ที่ 1 ถึงประเด็นของการสมัครบัตรกดเงินสดนั้นจะต้องอยู่บนพื้นฐานอะไรบ้าง โดยการสมัครบัตรกดเงินสดนั้นมีหลักการที่สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายเพียงแค่ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า แท้จริงจุดประสงค์ของการสมัครบัตรกดเงินสดนั้น สมัครเพื่ออะไร และมีความเข้าใจถึงวิธีการใช้บัตรกดเงินสดอย่างท่องแท้แล้วหรือยัง หากการสมัครบัตรกดเงินสดเป็นไปเพียงเพื่อนำเงินสดมาใช้ กับเพื่อเสริมสภาพคล่องทางด้านการเงินในยามจำเป็นก็ไม่ถือเป็นเรื่องที่เสียหาย แต่ก็ต้องมั่นใจด้วยว่าสามารถที่จะทำการนำมาชำระคืนได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นที่กล่าวมา อาจจะดูเหมือนว่าบัตรกดเงินสดนั้นมีโทษมากกว่าคุณ ซึ่งก็เป็นความจริง เพราะหากใช้ไม่เป็นย่อมเป็นโทษอย่างแน่นอน หนี้บัตรกดเงินสดพร้อมที่จะมาเยี่ยมถึงหน้าประตูบ้านของคุณอย่างแน่นอน ในมุมของประโยชน์ก็มีไม่น้อย ในยามฉุกเฉิน และในปัจจุบัน หลายสถาบันการเงินก็ได้สร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการบัตรกดเงินสดเป็นอย่างมาก ด้วยการปล่อยบัตรกดเงินสดที่พ่วงมากับบัตรผ่อนชำระสินค้าในบัตรเดียว อีกทั้งยังสร้างความแตกต่างจากบัตรกดเงินสดทั่วไป คือ สามารถทำการสะสมคะแนนได้อีกด้วย ความแตกต่างที่เกิดขึ้นของวงการบัตรกดเงินสด ที่ต่างพยายามกระตุ้นการสมัครของผู้บริโภค ก็ต้องแลกมาด้วยหนี้สินเชื่อบัตรกดเงินสดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าเกิดวันหนึ่งคุณเป็นคนหนึ่งที่มีหนี้บัตรกดเงินสด จะมีทางออกอย่างไร ตรวจสอบรายรับรายจ่าย อันดับแรกที่จะต้องทำเป็นอย่างแรก คือ ตรวจสอบรายรับและรายจ่ายของตนเอง พร้อมกับตรวจสอบหนี้บัตรกดเงินสดที่มีอยู่พร้อมดอกเบี้ยว่ามีอยู่เท่าไหร่ จากนั้นดูว่าในแต่ละเดือนมีรายรับอยู่ที่เท่าไหร่ หลังจากที่ทำการหักรายจ่ายออกไปแล้ว เหลือเท่าไหร่ ให้นำเงินที่เหลือนั้นไปชำระค่าบัตรกดเงินสดก่อนเป็นอันดับแรก ติดต่อกับทางสถาบันการเงิน หลังจากที่รู้ตัวแล้วว่ายังไงก็สามารถที่จะทำการเคลียร์หนี้บัตรกดเงินสดได้อย่างแน่นอน ให้รีบทำการติดต่อกับทางสถาบันการเงินทันที เพื่อขอประนอมหนี้ โดยที่ทางสถาบันการเงินอาจจะลดหย่อนอัตราดอกเบี้ยให้ หรืออาจยืดระยะเวลาเพื่อให้ลูกหนี้สามารถทำการผ่อนชำระแบบเป็นงวดๆ ได้ ดังนั้นในขั้นตอนติดต่อกับทางสถาบันการเงิน เป็นวิธีที่ดีที่สุด และควรทำให้เร็วที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกฟ้อง นำทรัพย์ที่ไม่จำเป็นไปขาย ต่อเนื่องจากที่ได้เข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงิน ลูกหนี้มีหน้าที่ที่จะต้องนำเงินไปชำระค่าหนี้คืน สิ่งที่สามารถเริ่มต้นทำได้เป็นสิ่งแรกเพื่อปลดหนี้ คือการนำทรัพย์สินที่ไม่จำเป็นไปขาย เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ อย่าเสียดาย ให้ตัดใจขาด แล้วพอตั้งหลักและมีรายได้แล้วค่อยหาซื้อมาใหม่ สิ่งที่สำคัญกว่าทรัพย์สินตอนนี้คือการปลดหนี้ให้เร็วที่สุด หารายได้เสริม อีกทางหนึ่งที่จะเป็นการเพิ่มรายได้เสริมจากรายได้ประจำ คือ การหารายได้เสริม เช่น ทำขนมขาย หรือทำงานเสริมวันเสาร์ - อาทิตย์ เป็นต้น ลองถามตัวเองว่ามีความสามารถอะไรพิเศษที่พอจะสร้างรายได้เสริมได้บ้าง หลายคนที่เคยเป็นหนี้บัตรเครดิต หรือหนี้สินเชื่ออื่นๆ ก็เคยปลดหนี้ตัวเองมาแล้วจากการหารายได้เสริม ผ่านการทำขนมขาย จนสามารถเปิดร้านขนมและมีรายได้จากการขายขนมในที่สุด ไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องเก่งในเรื่องนั้นๆ แต่การที่คุณมีความตั้งใจและลงมือทำนั้นอาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในอนาคตสำหรับคุณได้      การขาดวินัยการใช้บัตรกดเงินสด นำไปสู่การเป็นหนี้ และการเริ่มต้นจากความคิดที่จะนำเงินสดไปใช้เพื่อสิ่งที่ไม่จำเป็นไม่ใช่เหตุผลที่สมควรต่อการสมัครบัตรกดเงินสด จากที่กล่าวมาทั้งหมดสำหรับซีรีส์ ปลดหนี้บัตรกดเงินสด สามารถที่จะสรุปได้ว่า การขาดวินัยการใช้บัตรกดเงินสด นำไปสู่การเป็นหนี้ และการเริ่มต้นจากความคิดที่จะนำเงินสดไปใช้เพื่อสิ่งที่ไม่จำเป็นไม่ใช่เหตุผลที่สมควรต่อการสมัครบัตรกดเงินสด แต่เมื่อมีบัตรกดเงินสดแล้ว  ก็ควรที่จะสามารถควบคุมและบริหารด้านการเงินให้ดีที่สุด ถ้าใช้บัตรเมื่อไหร่ ก็ต้องสามารถที่จะหาเงินสดมาชำระคืนได้ในเวลาอันรวดเร็วที่สุด เพราะดอกเบี้ยจากบัตรกดเงินสดนั้นสูงน่าดูเลยละ ที่มา : https://www.krungsri.com/bank/th/plearn-plearn/discharge-debt-credit-card-part2.html  
  •   ในแต่ละวันผู้คนมากมายต่างต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำงาน ฝ่าฟันการจราจรที่ติดขัดในยามเช้าเพื่อไปให้ทันเวลาเข้างาน พอเลิกงานก็ต้องเร่งรีบกลับบ้านฝ่าฟันการจราจรที่แสนคับคั่งเพื่อกลับไปพักผ่อนก่อนที่จะเริ่มต้นทำงานในเช้าวันรุ่งคืน ชีวิตของคนทำงานจึงวนเวียนอยู่กับบ้านที่ทำงาน ที่ทำงานบ้าน พอถึงวันหยุดก็อยากจะพักให้เต็มที่ จึงไม่เหลือเวลาที่จะหาความสุขให้กับตัวเอง  หลายคนจึงมองหาทางเลือกเสริม นั้นคือออกมาประกอบธุรกิจส่วนตัว แต่การทำธุรกิจส่วนตัวกลับไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนที่ต้องการหนีจากการเป็นลูกจ้างประจำ "กว่าจะเริ่มธุรกิจของตัวเองได้ก็ต้องล้มลุกคลุกคลานกว่าจะประสบความสำเร็จ สิ่งหนึ่งที่จะทำให้สถานะการเงินดีได้ก็ต้องมาจากเงินหมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อเงินสดจากสถาบันการเงิน หรือแม้แต่บัตรกดเงินสด ที่สามารถกดเงินสดจากบัตรมาเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับตัวเอง" ทั้งนี้กว่าจะเริ่มธุรกิจของตัวเองได้ก็ต้องล้มลุกคลุกคลานกว่าจะประสบความสำเร็จ สิ่งหนึ่งที่จะทำให้สถานะการเงินดีได้ก็ต้องมาจากเงินหมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อเงินสดจากสถาบันการเงิน หรือแม้แต่บัตรกดเงินสด ที่สามารถกดเงินสดจากบัตรมาเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับตัวเอง แต่ทั้งนี้จุดประสงค์หลักของการเขียนบทความที่เป็นซีรีส์ต่อไปนี้ เพื่อมุ่งให้ความรู้กับผู้ประกอบการหรือผู้ที่กำลังมองหาสิ่งใหม่ๆ ให้กับตัวเอง และทางเลือกที่ผู้คนที่ต้องการปลดแอกจากงานประจำก็ต้องมีแหล่งเงินทุน และแหล่งเงินทุนที่ดีที่สุด หนีไม่พ้นเงิน แต่หากมองในความเป็นจริงแล้ว หากคุณไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่รวย คงจะยากที่คุณจะมีเงินถุงเงินถังมาสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตนเอง แต่คุณต้องเริ่มต้นจากเงินเก็บที่คุณมี แต่ทั้งนี้การเริ่มต้นธุรกิจเงินทุนเป็นเรื่องที่สำคัญ แม้ว่าคุณจะมีเงินทุนแต่ระหว่างเริ่มต้นบริษัทก็ต้องมีค่าใช้จ่าย วันหนึ่งคุณก็อาจจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกู้สินเชื่อ หรือการสมัครบัตรกดเงินสด เพื่อนำมาเสริมสภาพการเงิน แต่ทั้งนี้บัตรกดเงินสดที่เราคุ้นหน้าคุ้นตา หลายคนก็อาจจะไม่เข้าใจว่าแท้จริงแล้วนั้นบัตรกดเงินสดนั้นนอกจากกดเงินสดได้แต่ยังหมายรวมถึงเงื่อนไขอื่นๆ ด้วย การที่จะเลือกสมัครบัตรกดเงินสดก็ต้องดูเงื่อนไขต่างๆ ประกอบกับบัตรกดเงินสดอาจจะสะดวกแต่ในความสะดวกก็อาจจะเป็นเหตุให้คุณต้องทุกข์กับหนี้บัตรกดเงินสดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ถ้าคุณใช้อย่างไม่ระมัดระวัง เรามาดูกันแต่ละเรื่องว่ามีเงื่อนไขและข้อปฎิบัติอย่างไรบ้าง ก่อนที่เราจะเลือกสมัครบัตรกดเงินสดสักใบเราควรจะมีขั้นตอนการพิจารณาและเลือกสมัครดังนี้   ตรวจสอบตนเองถึงแรงจูงใจที่ต้องการจะสมัครบัตรกดเงินสด เพราะเหตุผลใดเราจึงต้องสมัคร สมัครเพื่อนำเงินมาเสริมสภาพคล่องทางการเงินในธุรกิจหรือส่วนตัว และหากหมายถึงเสริมสภาพคล่องให้ทางการเงินส่วนตัวก็ต้องถามต่อว่า เพื่อครอบครัวหรือสนองความต้องการซื้อบางสิ่งที่ฟุ่มเฟือย เหตุผลที่กล่าวหนักแบบนี้เพื่อจะกล่าวต่อไปว่า เงื่อนไขของค่าบริการบัตรกดเงินสดนั้นจะแตกต่างจากเงื่อนไขค่าบริการจากบัตรเครดิต เพราะเมื่อทำการกดเงินสดจากบัตรกดเงินสดอัตราดอกเบี้ยจะถูกเริ่มต้นคำนวณทันที ณ วันที่ได้ทำการกดเงินสดออกมาจากบัตรกดเงินสด และดอกเบี้ยจะถูกคำนวณแบบรายวันจนกว่าจะมีการนำเงินสดมาชำระคืน จึงจะหยุดคิดดอกเบี้ย แต่ในขณะที่บัตรเครดิต หากคุณได้ทำการใช้บัตรเครดิตเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ จะยังไม่ถูกคิดอัตราดอกเบี้ย โดยจะมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 45 วัน แต่ถ้าเลยกำหนดระยะเวลาที่สถาบันการเงินได้กำหนดให้ชำระแล้ว จะถูกคิดอัตราดอกเบี้ยจากเงินต้นที่ค้างชำระ เห็นหรือยังว่าถ้าคุณต้องการสมัครบัตรกดเงินสดเพื่อนำไปใช้จ่ายในสิ่งที่ฟุ่มเฟือยคุณมีโอกาสสูงที่จะเป็นหนี้ แต่หากคุณสมัครบัตรกดเงินสดเพื่อนำมาใช้ในกรณีฉุกเฉินแล้วคุณสามารถที่จะนำเงินมาชำระคืนได้ในเวลาอันรวดเร็วก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาใด เพราะอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้วว่า บัตรกดเงินสดมีทั้งคุณประโยชน์และโทษในเวลาเดียวกัน ถ้าคุณขาดวินัยย่อมนำไปสู่การเป็นหนี้อย่างแน่นอน   ตรวจสอบเปรียบเทียบในส่วนของดอกเบี้ย เพราะแต่ละสถาบันการเงินมีผลิตภัณฑ์บัตรกดเงินสดให้บริการ แต่สิ่งที่แตกต่างกัน คืออัตราดอกเบี้ยนั้นจะแตกต่างกัน ผู้ที่ต้องการทำบัตรกดเงินสดควรเลือกสมัครกับสถาบันการเงินที่ให้อัตราดอกเบี้ยที่ตํ่า  ทั้งนี้จากที่กล่าวในช่วงแรกว่าหากจำเป็นที่จะต้องทำการสมัครบัตรกดเงินสด ก็ต้องมาดูต่อว่าแต่ละสถาบันการเงินนั้นมีเงื่อนไขใด แน่นอนว่าในส่วนของเงื่อนไขนั้นจะแบ่งออกเป็นดังต่อไปนี้ เงื่อนไขในเรื่องของดอกเบี้ย และเงื่อนไขของการชำระ บางสถาบันการเงินจะอนุญาตให้ลูกค้าสามารถทำการชำระยอดขั้นตํ่าได้ แต่นั้นหมายถึงคุณกำลังตกหลุมพรางที่สถาบันการเงินได้ขุดเอาไว้ เพราะอย่างที่ได้กล่าวไว้แล้วว่าดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดนั้นสูงและคิดแบบรายวัน นอกจากเงื่อนไขเรื่องนี้แล้ว ก็ไม่มีเงื่อนไขอื่นๆ สำหรับบัตรกดเงินสด ซึ่งจะแตกต่างจากบัตรเครดิตที่ลูกค้าจะสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมายจากบัตร เช่น โปรโมชั่นส่วนลด คะแนนสะสมจากยอดใช้จ่ายผ่านบัตร เงินสดคืนเข้าบัญชี รวมถึงการได้รับสิทธิพิเศษจากรายการส่งเสริมการขายที่มาพร้อมกับบัตรเครดิตแต่ละใบ แต่ในขณะที่บัตรกดเงินสดจะไม่มีโปรโมชั่นหรือสิทธิประโยชน์ใดๆ     "จุดเด่นของบัตรกดเงินสด มีเพียงแค่สามารถกดเงินสดได้ทันที แต่หากไม่สนใจในเรื่องของการกดเงินสด แต่ต้องการใช้บัตรเพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการ ควรที่จะทำการสมัครบัตรเครดิตน่าจะตอบโจทย์มากกว่า" จากข้างต้นคือขั้นตอนก่อนที่จะตัดสินใจทำการสมัครบัตรกดเงินสด ผู้ที่ต้องการจะสมัครจะต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าต้องการที่จะทำบัตรไปเพื่ออะไร เพราะแต่ละคนก็มีจุดประสงค์ที่ต้องการจะใช้บัตรกดเงินสดที่แตกต่างกัน ดังนั้นการที่เราสามารถตอบได้ว่าทำบัตรกดเงินสดไปเพื่ออะไรนั้นจึงจะช่วยให้สามารถใช้บัตรได้อย่างถูกวิธี เพราะหากพูดกันตามหลักความเป็นจริงแล้วนั้น จุดเด่นของบัตรกดเงินสด มีเพียงแค่สามารถกดเงินสดได้ทันที แต่หากไม่สนใจในเรื่องของการกดเงินสด แต่ต้องการใช้บัตรเพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการ ควรที่จะทำการสมัครบัตรเครดิตน่าจะตอบโจทย์มากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การสมัครบัตรกดเงินสด ผู้สมัครก็จำเป็นที่จะต้องมีคุณสมบัติที่ตรงกับเงื่อนไขที่สถาบันการเงินได้ระบุไว้ โดยเงื่อนไขหรือคุณสมบัติจะประกอบด้วยดังนี้       - อายุ 20 ปีขึ้นไป มีรายได้ประจำ เช่น พนักงานประจำ หรือข้าราชการ รวมถึงพนักงานรัฐวิสาหกิจ สามารถทำการยื่นใบสมัครได้ โดยที่สิ่งสำคัญ คือ จะต้องมีเงินเดือนขั้นตํ่า 10,000 หรือบางสถาบันการเงินกำหนดเงินเดือนขั้นตํ่า 15,000 บาท        - มีอายุการทำงานอย่างน้อย 4 เดือน หรือบางสถาบันการเงินอาจจะกำหนดอายุการทำงานของผู้สมัครบัตรกดเงินสดต้องมีอายุการทำงานอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป ในกรณีที่เป็นผู้ประกอบการและต้องการมีเงินสดไว้หมุนใช้ก็สามารถที่จะทำการสมัครบัตรกดเงินสดได้ด้วยเช่นกัน โดยจะต้องมีคุณสมบัติต่อไปนี้        - เป็นเจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัวที่มีอายุกิจการตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป และมีเงินหมุนเวียนอย่างต่ำ 100,000 บาทต่อเดือน  ซึ่งนอกจากเบื้องต้นนี้แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดและหลายคนมักจะพลาดในขั้นตอนการสมัคร คือ ข้อมูลการติดต่อไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์หรือเบอร์ที่สามารถติดต่อได้ที่ทำงาน เพราะเวลาที่สถาบันการเงินได้รับใบสมัครจะทำการตรวจสอบข้อมูลของผู้สมัคร และเจ้าหน้าที่จะทำการติดต่อไปที่เบอร์ของผู้สมัครที่ได้ให้ไว้ หากไม่สามารถทำการติดต่อได้ โอกาสที่จะได้รับการอนุมัตินั้นน้อยมากๆ ดังนั้นหมายเลยที่สามารถติดต่อได้นั้นสำคัญมากๆ นอกจากในเรื่องของหมายเลขโทรศัพท์แล้วยังมีส่วนใดที่สำคัญอีก ซึ่งจะกล่าวในซีรีส์ 2ภาพรวมสำหรับในช่วงแรกเป็นการปูพื้นฐานสร้างความเข้าใจให้กับผู้อ่านที่กำลังตัดสินใจจะสมัครบัตรกดเงินสดสักใบ ว่าแท้จริงแล้วการสมัครบัตรกดเงินสดนั้นจะต้องอยู่บนพื้นฐานใดและท้ายสุดแล้วหากสมัครเพื่อให้ฉุกเฉินก็สามารถที่จะทำได้แต่ก็ต้องมีวินัยมากเช่นกัน ที่มา : https://www.krungsri.com/bank/th/plearn-plearn/discharge-debt-credit-card-part1.html
  •   วิธีประหยัดเงิน ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเขียมจนสุดโต่ง บางคนประหยัดพอจุ๋มจิ๋ม บางคนประหยัดทุกครั้งที่มีโอกาส ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็มีประโยชน์ทั้งสิ้น เพราะไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็เป็นเครื่องบ่งบอกว่าคุณพอมีวินัยทางการเงินบ้างไม่มากก็น้อย อันจะส่งผลให้การเงินของคุณไม่น่าจะมีปัญหาอะไร สำหรับใครที่ต้องการประหยัดเงินแต่ยังคิดวิธีไม่ออก เรามีเคล็ดลับมาฝาก6 วิธีประหยัดเงิน     1. วางแผนการใช้จ่าย ในแต่ละเดือนเมื่อเราหักออมแล้วคราวนี้ก็มาวางแผนการใช้จ่าย โดยเลือกชำระหนี้สินและรายจ่ายประจำก่อน ที่เหลือจึงนำมาใช้ ห้ามนำไปใช้จ่ายส่วนตัวก่อนแล้วจึงนำที่เหลือมาออมเงิน ใช้หนี้ หรือนำไปใช้จ่ายรายการประจำเด็ดขาด เพราะมีแนวโน้มว่าเงินจะไม่พอมากๆ      2. พยายามกินข้าวที่บ้าน การกินข้าวนอกบ้านเป็นความสุขชนิดหนึ่ง ทั้งได้กินของอร่อยๆ และไม่ต้องทำเอง แต่ค่าอาหารบวกค่าบริการมักแพงสุดโต่งเช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเราออกไปกินข้าวนอกบ้านบ่อยๆก็จะใช้เงินเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เงินไม่พอใช้ในแต่ละเดือน ทางที่ดีทำกับข้าวกินเองที่บ้านดีกว่า ส่วนนอกบ้านเอาไว้นานๆครั้งละกัน     3. ประหยัดพลังงาน การประหยัดพลังงานในบ้านไม่ว่าจะเป็นน้ำและไฟ หากใช้ให้น้อยลง หรือใช้ให้คุ้มค่า ก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนลดลงไปด้วย ซึ่งก็ทำไม่ได้ยากเกินไป เช่น ปิดแอร์บ้างแล้วเปลี่ยนมาใช้พัดลม หรือน้ำที่ใช้ซักผ้าก็นำมาลดตดไม้ให้เกิดประโยชน์อีกต่อ เป็นต้น     4. ใช้บริการรถสาธารณะ ถึงแม้คุณจะมีรถอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เห็นเป็นไรหากจะจอดไว้บ้านบ้างแล้วไปขึ้นรถสาธารณะเอา เดี๋ยวนี้มีให้เลือกตั้งหลายอย่าง ไม่ลำบากแถมประหยัดค่าน้ำมันไปได้เยอะเลย     5. เที่ยวแบบสวนกระแส นานๆไปเที่ยวสักครั้งก็ทำให้สมองปลอดโปร่งได้ แต่ทางที่ดีแนะนำให้เที่ยวแบบสวนกระแสดีกว่า เพราะช่วงไฮซีซั่นจะเป็นช่วงที่ที่พัก และของกินมักมีราคาแพง หากไปช่วงช่วงโลว์ซีซั่น นอกจากค่าใช้จ่ายจะถูก คนยังน้อยไม่ต้องเบียดเสียดกับใคร สบายกว่ากันเยอะ     6. ออกกำลังกายด้วยตัวเองที่บ้าน สุขภาพจะดีได้การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ แต่สำหรับคนที่เบี้ยน้อยหอยน้อยก็ไม่จำเป็นต้องไปเข้าฟิตเนสหรืออะไรให้ยุ่งยากและเปลืองเงิน ออกกำลังกายที่บ้าน หรือ สวนสาธารณะก็ได้ ผลลัพธ์ไม่ต่างกันมันอยู่ที่ความตั้งใจของเราต่างหาก ประหยัดเงิน ไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหม เพราะฉะนั้นมาเริ่มประหยัดเพื่อสถานะทางการเงินที่ดีขึ้นกันดีกว่า ที่มา : https://masii.co.th/blog/เคล็ดลับประหยัดเงิน  
  • หากคุณ สมัครบัตรเครดิต ไปแล้ว กลับโดนปฏิเสธ คุณอาจสงสัยว่าทำไมในตอนแรก แต่ต่อมา เมื่อคุณเปิดดูจดหมายที่ธนาคารส่งมา คุณอาจทราบเหตุผลค่ะ ว่าเพราะเหตุนี้นี่เอง คุณถึงโดนปฏิเสธ ซึ่งเขาจะส่งมาหลังจากที่คุณสมัครไปแล้ว 7-10 วันค่ะ และสำหรับเหตุผลที่ธนาคารปฏิเสธคนที่สมัคร ส่วนใหญ่ก็มาจากเหตุผลดังต่อไปนี้ค่ะ… 1. ยอดเงินกู้สูงเกินไป 2. สมัครบัตรเครดิตมากเกินไป 3. รายได้น้อยเกินไป 4. มีบัตรเครดิตมากเกินไป 5. จ่ายบิลล่าช้า 6. มีหนี้บัตรเครดิตเยอะเกินไป 7. คุณไม่เคยมีประวัติทางการเงินมาก่อน 8. คุณยังมีอายุไม่ถึงเกณฑ์ 9. กรอกใบสมัครไม่ครบถ้วน ทั้งนี้ แต่ละข้อก็มีเหตุผลที่แตกต่างกันไปอีก เราลองมาดูรายละเอียดของแต่ละข้อกันเลยค่ะ… 1. ยอดเงินกู้สูงเกินไป หากคุณถูกปฏิเสธจากธนาคาร ขั้นแรก ลองสำรวจดูว่า คุณจ่ายหนี้เงินกู้ของคุณไปมากแล้วหรือยัง ถ้าสำรวจดูแล้วเห็นว่า ยอดเงินกู้ของคุณยังสูงอยู่ เราขอแนะนำให้คุณรีบไปจ่ายหนี้ให้หมด หรือให้หนี้ลดลงก่อนดีกว่าค่ะ เพราะการที่มียอดหนี้เงินกู้สูงเกินไป ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ธนาคารลังเลที่จะอนุมัติบัตรเครดิตให้คุณได้ค่ะ เนื่องจากธนาคารมองว่า คุณอาจไม่มีความสามารถพอที่จะจ่ายหนี้ได้หมดค่ะ 2. สมัครบัตรเครดิต มากเกินไป หากคุณสมัครบัตรเครดิตและสินเชื่อ ภายในระยะเวลาเดียวกันมากเกินไป ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่คุณถูกปฏิเสธจากธนาคารนะคะ (ถึงแม้ว่าคุณจะได้รับการอนุมัติจากธนาคารอื่นก็ตาม) ดังนั้น ควรสมัครแค่ธนาคารเดียวหรือ 2 ธนาคารในระยะเวลาเดียวกันเป็นดีที่สุดค่ะ 3. รายได้น้อยเกินไป ในความเป็นจริง ธนาคารต่าง ๆ จะเป็นผู้กำหนดเกณฑ์ของรายได้ขั้นต่ำเอง ว่ารายได้เท่าไหร่ จึงจะสมัครบัตรเครดิตได้ แต่คุณอาจถูกปฏิเสธได้ หากว่ามีรายได้ที่ไม่เพียงพอกับรายจ่าย แม้ว่ารายได้ของคุณจะอยู่ในเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารนั้นก็ตาม 4. มีบัตรเครดิตมากเกินไป บางคนอาจไม่รู้ว่าจำนวนบัตรเครดิตที่มากมายของตัวเองนั้น มีผลต่อการสมัครบัตรเครดิต ซึ่งความจริงแล้ว มีผลอย่างมากค่ะ เพราะการที่คุณมีบัตรเครดิตมากเกินไป ก็หมายความว่าคุณอาจจะมีหนี้บัตรเครดิตมากตามไปด้วย เป็นเหตุให้ธนาคารปฏิเสธการสมัครบัตรของคุณค่ะ 5. จ่ายบิลล่าช้า นอกจากธนาคารจะดูรายได้ของเรา และจำนวนของบัตรเครดิตแล้ว เขายังดูพฤติกรรมการใช้เงินของเราด้วย ว่าที่ผ่านมา เราจ่ายค่าต่าง ๆ ภายในวันที่กำหนดหรือไม่ หากคุณจ่ายบิลล่าช้าบ่อย ๆ เช่น บิลค่าไฟ บิลค่าน้ำ บิลค่าโทรศัพท์ ฯลฯ ธนาคารอาจลังเลที่จะอนุมัติบัตรเครดิตให้คุณได้ค่ะ 6. มีหนี้บัตรเครดิตเยอะเกินไป หากคุณมีหนี้บัตรเครดิตที่ยังไม่ชำระเกิน 6 เดือน มันอาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมธนาคารถึงปฏิเสธการสมัครบัตรเครดิตของคุณ เพราะมันเป็นการบอกกลาย ๆ ว่าคุณมีความล้มเหลวในการควบคุมค่าใช้จ่ายค่ะ ดังนั้น ทางที่ดีคุณควรรีบชำระหนี้บัตรเครดิตเก่า ๆ ให้หมดโดยเร็วดีกว่านะคะ 7. คุณไม่เคยมีประวัติทางการเงินมาก่อน หากคุณไม่เคยสมัครบัตรใด ๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคล อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ธนาคารปฏิเสธที่จะอนุมัติบัตรเครดิตให้คุณ หรือแม้กระทั่ง ในกรณีที่บัญชีธนาคารของคุณไม่เคยมีความเคลื่อนไหวเลยตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาค่ะ 8. คุณยังมีอายุไม่ถึงเกณฑ์ หากคุณมีอายุ 18 ปีหรือต่ำกว่านั้น แล้วไปสมัครบัตรเครดิต ธนาคารอาจไม่อนุมัติให้คุณ เพราะยังเป็นวัยที่ยังหารายได้เองไม่ได้ ยกเว้นกรณีที่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง ธนาคารอาจรับใบสมัครบัตรเครดิตของคุณมาพิจารณาค่ะ 9. กรอกใบสมัครไม่ครบถ้วน หากคุณกรอกใบสมัครไม่ครบถ้วน หรือลืมกรอกข้อมูลที่สำคัญ อาจเสี่ยงทำให้คุณถูกปฏิเสธจากธนาคารได้นะคะ ทางที่ดี คุณควรกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จแล้ว อย่าลืมตรวจทานดูอีกรอบ ว่าคุณลืมกรอกจุดไหนไปหรือเปล่า จะได้ไม่เสี่ยงถูกธนาคารปฏิเสธค่ะ บัตรเครดิตก็มีทั้งผลดีและผลเสียนะคะ หากเรารู้จักการใช้มัน เราก็จะได้รับประโยชน์จากมันค่ะ แต่หากเราวางแผนการใช้จ่ายไม่เป็น หรือหลงระเริงไปกับการใช้บัตรเครดิต เมื่อนั้น หายนะอาจมาเยือนได้ค่ะ ที่มา : https://www.moneyguru.co.th/blog/สมัครบัตรเครดิต-ไม่ผ่าน